หน้าแรก » บทความ » 7 อาชีพจะตกงานเพราะหุ่นยนต์

7 อาชีพจะตกงานเพราะหุ่นยนต์

แชร์หน้านี้ Line

 

 

จะตกงานเพราะหุ่นยนต์ได้ยังไง?

​        ถ้าหลายคนสังเกตช่วงนี้กระแสโลกของหุ่นยนต์ หรือ ตัว AI กำลังมาแรงเลยทีเดียว แน่แหละว่าโลกเราพัฒนาไปไกลมากโข มากกว่ายุครุ่นพ่อ รุ่นแม่ ยุคต้มยำกุ้งเสียอีก การใช้หุ่นยนต์เข้ามาทำงานมีประโยชน์และโทษมหันต์สำหรับมวลมนุษย์ เนื่องจากมันทำงานได้ทั้งวัน ไม่เหนื่อย ไม่มีข้อผิดพลาดและแม่นยำกว่าเรามากอีหนูเอ๋ย นี่เป็นปัจจัยหลักเลยก็ว่าได้ที่จะทำให้คนอย่างเราๆตกงานกันในอนาคตอันใกล้
          ในวันนี้ทาง Tu-Cututor จะมาขอจัดอันดับอาชีพเสี่ยงตกงานเพราะหุ่นยนต์ มาดูกันว่าจะวางอนาคตการเรียนยังไงจะได้ทำอาชีพที่อยากทำอย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัว Al มาแย่งงาน


 

          หลายบริษัทเริ่มหันมาใช้ AI มาแทนที่พนักงานบัญชี เพราะมันแม่นยำกว่ากันมาก ซึ่งจะตัดปัญหาข้อผิดพลาดจากคนไปได้เยอะเลยทีเดียว อย่างบริษัท JPMorgan Chase ก็หันมาใช้ซอฟต์แวร์  มาประมวลผลเพื่อหาสัญญาเงินกู้เชิงพาณิชน์มากกว่า 10,000 สัญญา ซึ่งประหยัดเวลาไปได้ 360,000 ชั่วโมงเลยทีเดียว เห็นได้ชัดเลยว่าคุ้มค่าหว่าการลงทุนกับแรงงานคนอย่างมาก


          เป็นอาชีพที่มีอยู่มากบนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็น ขายของชำ ขายอาหาร ขายของให้กับบริษัท แต่จะให้เห็นได้ชัดเจนก็คงต้องนึกถึงซุปเปอร์มาเก็ตที่เราเข้าออกกันอยู่ทุกวัน อย่างในประเทศญี่ปุ่นนี้ทาง Nestle ได้ใช้หุ่นยนต์ขายเครื่องกาแฟ และที่มันเจ๋งมากๆคือมันรับรู้อารมณ์ของคนได้ดีอีกด้วย ทำให้การขายมีประสิทธิภาพมากกว่า ลองคิดดูว่า Nestle เป็นบริษัทใหญ่พอสมควร อีกหน่อยบริษัทใหญ่ๆ คงเริ่มลองใช้ AI ขายของแล้วแหละ


          ลองคิดดูเวลาเราไปโรงพยาบาลแล้วได้ถุงยามา ไม่ว่าจะกินเป็นอาทิตย์ เป็นเดือน ก็ล้วนต้องใช้คนในการนับเม็ดยาทั้งนั้น อย่างไรก็ตามจะพบได้ว่ามีคนเสียชีวิตเพราะความผิดพลาดจากเภสัชกรที่จ่ายยาผิด การใช้หุ่นยนต์เข้ามาทำหน้าที่แทนก็จะลดความผิดพลาดนี้ลงได้ ซึ่งในตอนนี้หลายโรงพยาบาลก็เริ่มทำระบบอัตโนมัติในการจ่ายยาได้แล้วนะจ้ะ


          มาถึงอันดับ 4 ของเราชาวเกษตร อาชีพใกล้ตัวของเราชาวไทย ตอนนี้ในต่างประเทศหรือแม้กระทั้งในประเทศไทยบางที่ก็ใช้หุ่นยนต์หรือ เครื่องจักรเข้ามาจัดการ ไม่ว่าจะเป็น เก็บผัก ผลไม้ รดน้ำ รวมถึงรีดนมวัว เรียกได้หุ่นยนต์แทบจะเอางานของเกษตรกรไปหมดเลยก็ว่าได้ อย่างในฟาร์มนมในประเทศเยอรมันก็ได้ใช้หุ่นยนต์ Milking System ต้อนวัวให้เดินขึ้นเครื่องรีดนมได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้เกษตรกรในอเมริกากว่า 1 ล้านคน ก็ถูกหุ่นยนต์แย่งงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


          ในอเมริกาตอนนี้บริษัทส่วนใหญ่มากกว่า 100 แห่ง มักใช้เทคโนโลยีเป็นตัวรีวิวเอกสารให้โดยไม่จำเป็นต้องมีนักกฎหมายสักคนมานั่งอ่านเอกสารเป็นร้อยๆฉบับ แล้วเมื่อไม่นานมานี้โลกของเราได้ให้กำเนิดหุ่นยนต์ว่าความตัวแรกของโลก ที่ชื่อว่า 'Do Not Pay' เป็นการนำข้อมูลของคนมากรอกยื่นอุทธรณ์ใบสั่งค่าปรับในการจอดรถไปถึงศาล ซึ่งความสำเร็จของเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้สร้างมูลค่าในการปรับไปถึง 2 ล้านปอนด์ หรือ 86 ล้านบ้านเลยทีเดียว นี่แสดงได้ถึงความละเอียดของหุ่นยนต์และตัดปัญหาการจ่ายเงินใต้โต๊ะไปได้เยอะเลยทีเดียว...น่าจะเอามาใช้กับบ้านเราเนอะ


          แท็กซี่บ้านเรานั้นมีจำนวนมว๊ากกกกเลยทีเดียว แต่ก็ยังคงมีปัญหาคนขับปฏิเสธผู้โดยสารเป็นประจำ หรือมีปัญหาไม่กดมิเตอร์บ้างแหละ ไม่ไปบ้างละ หรืออ้างแก๊สหมดบ้าง ปัญหาพวกนี้กำลังจะหมดไปในโลกอนาคตแล้วนะจ้ะ เพราะว่า ตอนนี้ Uber ได้เริ่มนำรถยนต์ไร้คนขับมาใช้บริการแล้วในประเทศสิงคโปร์ และบริษัทดังอย่าง Tesla ที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าก็มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีกด้วย


          และอันดับสุดท้ายของเรา นักวิเคราะห์การเงิน แน่นอนว่า Al หรือหุ่นยนต์มีความแม่นยำในการบอกแนวโน้มในอนาคตได้ดีกว่าคนหลายเท่า อีกทั้งยังทำงานได้รวดเร็วกว่า เพราะฉนั้นสถาบันการเงินก็สามารถปรับพอร์ตหุ้นได้ไวกว่าหากใช้หุ่นยนต์ อาชีพนี้จะถูกแทนด้วยหุ่นยนต์ประมาณ 40 % เลยทีเดียวในอีก 20 ปีข้างหน้า



Tu-Cututor 
Line: @tu-cututor
Tel: 065-476-5661

 

 

บทความล่าสุดอื่นๆ
5 เหตุผล ที่เราควรเลือกเรียนอังกฤษตัวต่อตัว 5 เหตุผล ที่เราควรเลือกเรียนอังกฤษตัวต่อตัว
4 เหตุผลที่คุณควรเลือกการเรียนพิเศษที่บ้านมากกว่า 4 เหตุผลที่คุณควรเลือกการเรียนพิเศษที่บ้านมากกว่า
4 ข้อดีของการเรียนพิเศษตัวต่อตัวและเรียนที่บ้าน 4 ข้อดีของการเรียนพิเศษตัวต่อตัวและเรียนที่บ้าน
5 แอพเรียนภาษาโครตดี 5 แอพเรียนภาษาโครตดี